เพื่อความมีประสิทธิภาพของธุรกิจ

การจัดการสต๊อกสินค้า กิจการต้องแยกสถานะของสินค้าให้ชัดเจน เพื่อจัดการอย่างเหมาะสม

Written by:

นอกจากกิจการควรต้องแยกสินค้าออกเป็นหมวดหมู่ ตามกลุ่มประเภทสินค้า เพื่อง่ายต่อการจัดการแล้ว การแยกสต๊อก ด้วยหลัก ABC-XYZ ที่เป็นการกำหนดความสำคัญ มูลค่า ความถี่และความเสี่ยงของการบริหารสต๊อก ที่เคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้ จะช่วยทำให้กิจการสามารถบริหารระดับของสต๊อกได้ดีขึ้นแล้วนั้น

วันนี้ขอเขียนการแบ่งสถานะสต๊อก ออกเป็นประเภท 7 ประเภทด้วยกัน ที่เป็นเทคนิคสำคัญให้กิจการได้ลองนำไปแยกประเภท ตามสถานะของสต๊อกเพื่อให้กิจการสามารถจัดการได้ง่ายขึ้น ซึ่งจากทั้ง 7 ข้อนี้ สิ่งที่เราควรมี จะมีอยู่แค่ 2 ประเภท เท่านั้น คือ 1. สถานะปกติ และ 4. สินค้าใหม่ ที่เหลืออีก 5 ประเภท ควรจะไม่มีหรือ ควรจะมีให้น้อยที่สุด แต่เมื่อกิจการลองแยกแล้วพบว่า สินค้ากลุ่มไหนใน 5 ประเภท มีจำนวน และมูลค่ามากเกิน และมากขึ้นเรื่อยๆ จะเป็นตัวชี้วัดว่า กิจการมีการบริหารสต๊อกได้ดีเพียงใด โดยทั้ง 7 ประเภท คือ

  1. สินค้าปกติ (สินค้าอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับการขายและจัดเรียง)
  2. สินค้าที่มากเกินไป (เกินเป้าการเก็บที่ตั้งไว้
  3. สินค้าที่น้อยเกินไป (สินค้าขาดสต๊อกบ่อย)
  4. สินค้าใหม่ (สินค้าที่พึ่งเข้าต้องโฟกัสยอดขายตามเป้าหมาย)
  5. สินค้ายกเลิกขาย (สินค้าที่มีแผนจะไม่ขายแล้วต้องติดตามเพื่อเอาออก) และ
  6. สินค้าไม่เคลื่อนไหวหรือขายช้า (สินค้าขายได้น้อยมากหรือไม่ได้ขายเลย)
  7. สินค้าที่ชำรุดเสียหาย

โดยในเบื้องต้น เมื่อทำการเก็บข้อมูลและแยกประเภทเรียบร้อยแล้ว กิจการไม่จำเป็นต้องไปเทียบกับกิจการอื่น แต่ควรนำมาเทียบกับกิจการตัวเอง ในแต่ละเดือนว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นเกณฑ์ที่จะใช้ในการวิเคราะห์และนำมากำหนดเป้าหมาย ที่เหมาะสมสำหรับกิจการตัวเอง

“ถ้าแยกได้ ก็วิเคราะห์ได้ ถ้าวิเคราะห์ได้ก็ตั้งเป้าหมายได้ เมื่อตั้งเป้าหมายได้ ก็สามารถวางแผนเพื่อพัฒนาได้ต่อไปในอนาคต “

ธวัชชัย บัววัฒน์

#การจัดการสต๊อกสินค้า #inventorymanagement

หลักสูตรการจัดการสต๊อกสินค้า สำหรับผู้ประกอบการ

ใส่ความเห็น